ข่าวทั่วไป

กลาโหมเลือกเมืองชลฯ เสริมเขี้ยวเล็บ “ระดมสรรพกำลัง–กำลังสำรอง–การสัสดี” พร้อมรับภัยทุกรูปแบบ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กรมการสรรพกำลังกลาโหม กระทรวงกลาโหม ได้จัดการประชุมเผยแพร่ความรู้ด้านการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร การกำลังสำรอง และการสัสดี ที่ห้องประชุมพระรักษาเทพ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมี พลโท เสกสรรค์ เสืออิ่ม เจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พันเอก นพรัตน์ ศุภวัชระ ผู้อำนวยการกองการสัสดี สำนักกิจการกำลังสำรองและการสัสดี กรมการสรรพกำลังกลาโหม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ในการประชุม คณะวิทยากร ได้บรรยายถึงบทบาทหน้าที่ของกรมการสรรพกำลังกลาโหม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาเสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินงานด้านการระดมสรรพกำลัง การกำลังสำรอง และการสัสดี เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงกลาโหมไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สาระสำคัญของการประชุมครอบคลุมนโยบายกระทรวงกลาโหม ประจำปี 2569 โดยเฉพาะการพัฒนาระบบทหารสมัครใจในระยะยาว ตามแนวคิด “จากหน้าที่ สู่โอกาสของชีวิต” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทหารกองประจำการทั้งด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ การศึกษาและพัฒนาวิชาชีพ การประกอบอาชีพหลังปลดประจำการ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตและอนาคต เพื่อพัฒนากำลังพลให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่แนวทางพัฒนากิจการกำลังสำรองและกำลังประชาชน การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลสำรอง การเรียกพล การระดมพล การนำผู้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง โดยเฉพาะด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้ามามีส่วนร่วมเป็นกำลังสำรอง รวมถึงการจัดตั้งเครือข่ายกำลังพลสำรอง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ภาวะปกติ

สำหรับงานด้านการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร มุ่งเตรียมความพร้อมทรัพยากรของชาติให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพ โดยบูรณาการข้อมูลจากฝ่ายพลเรือนและทุกภาคส่วน รวม 10 ด้าน ได้แก่ กำลังคน อาหาร น้ำ การคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การแพทย์และสาธารณสุข อุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิต เชื้อเพลิงและพลังงาน การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรอื่น ๆ

ที่ประชุมยังเน้นย้ำให้หน่วยงานระดับจังหวัดจัดทำและปรับปรุงบัญชีข้อมูลทรัพยากรในพื้นที่ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลการระดมสรรพกำลัง เพื่อให้สามารถเรียกใช้ทรัพยากรได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม เมื่อเกิดสถานการณ์ด้านการป้องกันประเทศ ภัยสงคราม เหตุฉุกเฉิน หรือสาธารณภัย เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง และภัยหนาว

ในส่วนของงานการสัสดี มีการชี้แจงแนวทางพัฒนาระบบการได้มาของทหารกองประจำการ การส่งเสริมการสมัครใจเข้ารับราชการทหาร การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของประชาชน

ขณะเดียวกัน ยังมีการนำเสนอแนวทางเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่กำลังพลสำรอง เช่น ค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก การรักษาพยาบาล และเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต พิการ หรือทุพพลภาพ รวมถึงแนวคิดให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นายจ้างที่สนับสนุนให้ลูกจ้างซึ่งเป็นกำลังพลสำรองลาไปเข้ารับราชการทหาร เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบการระดมสรรพกำลังและกำลังสำรองที่พร้อมปฏิบัติงาน สามารถสนับสนุนการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคง และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์

เล็ก  พริกขี้หนู /รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *