นายกเมืองพัทยาไม่นิ่งนอนใจ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีการนำรถมาจอดในตึกวอเตอร์ฟร้อนท์ สั่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที!
️ จากกรณีมีการนำเสนอข่าวที่มีการอนุญาตให้รถนักท่องเที่ยวเข้าไปจอดภายในอาคารวอเตอร์ฟร้อนท์ แหลมบาลีฮาย บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของโครงการ โดยไม่เกรงกลัวคำสั่งห้ามใช้อาคารที่มีผลบังคับใช้มานานหลายปีนั้น ล่าสุดวันนี้ (23 ก.พ.69) นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ทีมเลขานุการนายกเมืองพัทยา และที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา จึงพร้อมด้วยปลัดเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักช่าง กลุ่มกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย


นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้มี 2 ประเด็นที่มาติดตามความคืบหน้า ประเด็นแรก คือ เรื่องที่ดินที่มีข้อพิพาทกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ที่เป็นในส่วนของที่ครอบครองตรงบริเวณที่จอดเรือ ติดกับโฉนดของวอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเมืองพัทยากำลังจะขอเป็นพื้นที่ นสล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (เอกสารที่ออกโดยกรมที่ดินเพื่อแสดงเขตที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ) แต่ปัจจุบันในโฉนดสารระบบของที่ดินยังเขียนว่าเป็นที่ครอบครองอยู่ ดังนั้นทางเจ้าของ บ.บาลีฮาย จำกัด จึงมองว่าเป็นที่ดินว่างเปล่า และถือว่ายังเป็นพื้นที่ที่เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่เมืองพัทยาต้องการดำเนินการให้ถูกต้อง ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งหลังจากนี้ทางกลุ่มกฎหมายจะดำเนินการทำหนังสือไปยังกรมที่ดินเพื่อแจ้งสถานะว่าเดิมเจ้าของเดิมที่ครอบครอง คือคุณถาวรมีความประสงค์ที่จะมอบที่ดินตรงนี้ให้กับเมืองพัทยาเพื่อให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ แต่เมืองพัทยาไม่สามารถรับข้อเสนอได้ เนื่องจากว่าเมืองพัทยามั่นใจว่าที่ดินแปลงนี้ไม่ได้เป็นของเขา จึงเป็นช่องว่างทางข้อกฎหมายตรงนี้ ดังนั้นเมืองพัทยาจึงจะดำเนินการกับกรมที่ดินให้ถูกต้อง ให้มีคำสั่งออกมาว่าเป็นที่ดินสาธารณะ พร้อมดำเนินการติดตั้งป้ายว่าเป็นที่สาธารณะ


ส่วนประเด็นที่ 2 คือ ตามที่ทราบกันดีว่า บ.บาลีฮาย จำกัด ได้ดำเนินการสร้างคอนโดมิเนียม “วอเตอร์ฟร้อนท์” ซึ่งก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาต จนกระทั่งมีคำพิพากษาของ ป.ป.ช.ว่าที่ดินแปลงนี้ออกโดยมิชอบ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างกรมที่ดินจะชี้ว่าเป็นที่ดินที่ออกโดยมิชอบหรือไม่ แต่ประเด็นคือถ้าออกโดยมิชอบจริงก็จะต้องดำเนินการรื้อถอนโดยทางเอกชน ถ้าออกโดยชอบก็ต้องมายื่นขอดัดแปลงอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตั้งแต่ปี 2557 ที่เมืองพัทยาตรวจพบว่ามีการสร้างผิดแบบ ก็ได้มีคำสั่งห้ามใช้อาคาร (คำสั่ง ค.6) ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ล่าสุดพบว่ามีการใช้อาคาร และยินยอมให้บุคคลนำรถเข้าไปจอดภายในอาคารที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ที่ขับขี่รถยนต์เข้าไปจอด ในวันนี้จึงมาตรวจสอบอีกครั้ง และได้มอบอำนาจให้สำนักช่างดำเนินการลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาบทลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวันเพิ่มเติมวันละ 30,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป


